เรื่องเล่าตำนาน โสมเกาหลี

ตำนาน..โสมเกาหลี

     โสมพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาที่สำคัญหลายอย่าง อาจมีคุณค่าสำหรับมนุษย์มากกว่าแค่เพียงตัวยารักษาโรค เพราะหลายเรื่องราวโสมจะถูกยกย่องเทิดทูนเสมือนหนึ่งของขวัญและพลังอำนาจที่พระผู้เป็นเจ้าทรงประทานให้ทีเดียว พิธีกรรมความเชื่อดังกล่าวจะแสดงออกในวิถีชุมชน การร่วมกันเพาะปลูกและบริโภคโสมมาอย่างยาวนาน

     เรื่องราวความมหัศจรรย์ของโสมทำให้เกิดตำนานเล่าขานขึ้นมากมาย ตำนานแต่ล่ะเรื่องก็มีเรื่องเล่าต่างกันไป อย่างตำนานที่เล่าขานสืบกันมาเรื่องหนึ่งในเกาหลี ซึ่งได้กล่าวถึงความลี้ลับมหัศจรรย์ของโสมไว้ว่า

     ในครอบครัวคุณปู่ มีบุตรชายคนหนึ่งกับหลานปู่อีกคนหนึ่ง ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก ยากจนข้นแค้นแทบไม่มีจะกินได้ทุ่มเทกำลังกายใจตลอดชีวิตเพื่อดูแลปู่ที่ป่วยหนักมานาน

      อยู่มาคืนนึงหลานปู่นอนไม่หลับ เนื่องจากเทียนไขที่ได้จุดไว้ดับอยู่เรื่อยๆ แล้วในขณะนั้นเองหลานปู่พลันรู้สึกขึ้นมาได้ว่า "ไม่มีลมที่ไหนพัดผ่านเข้ามาเลย แล้วเหตุใดเทียนถึงดับ" ด้วยเหตุนี้ทำให้เขาเชื่อว่าจะต้องมีวิญญาณวนเวียนอยู่ในห้องอย่างแน่นอน เด็กน้อยคิดเช่นนั้นก็ได้หยิบเข็มที่มีด้ายติดอยู่ขึ้นมา ครั้นพอรู้สึกว่ามีวิญญาณยืนอยู่เขาก็จ้วงเข็มแทงไปในทิศทางนั้น หลังจากแทงด้วยเข็ม เข็มนั้นก็พลันหายไปจึงออกเดินตามหาเข็มโดยตามรอยได้จนกระทั่งในที่สุดเขาก้ได้พบเข็มนั้นปักอยู่ที่โนต้นโสมป่าตนหนึ่ง เขาจึงขุดเอารากโสมนั้นขึ้นมาแล้วต้มให้ปู่กิน ต่อมาปู่ซึ่งป่วยหนักกลับหายเป็นปกติอย่างรวดเร็ว ด้วยความกตัญญูอันสูงส่งนี้วิญญาณที่สิงอยู่ในรากโสมจึงได้มาปรากฏกายให้เด้กน้อยเป็นรางวัลตอบแทนความกตัญญู

     หรืออีกตำนานหนึ่งเล่าว่า ที่หมู่บ้านฉานถั่น ในจังหวัดเชนสี ชาวบ้านประสบความเดือดร้อนอย่างหนักเมื่อถูกเสียงครวญครางและร้องโหยหวนดังรบกวนติดต่อกันนานหลายเดือน เสียงร้องนั้นดังมาจากที่ใดที่หนึ่งหลังหมู่บ้าน อย่างไรก็ตามแม้ชาวบ้านจะกลัวแสนกลัวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ชาวบ้านก็มารวมตัวกันออกค้นหาต้นเสียงในคืนหนึ่ง

        ทุกคนคว้าคบเพลิงคว้าไม้เท้าติดตามค้นหาต้นตอที่มาของเสียงน่าสะพรึงกลัวนั้น จนในที่สุดก็พบว่าเสียงร้องที่ดังแสยงหูดังมาจากใต้พุ่มไม้ใหย่พุ่มหนึ่งที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณหนึ่งไมล์ พวกเขาช่วยกันขุดใต้พุ่มไม้แล้วพบรากไม้ขนาดใหญ่รากหนึ่ง รากไม้นี้มีรูปร่างหน้าตาและขนาดเท่าๆ กับมนุษย์คนนึง จากนั้นเสียงร้องครวญครางโหยหวนพลันเงียบหายไป จากจุดนี้เองรากไม้ที่พบจึงได้รับการขนานนามว่า "ดวงวิญญาณแห่งแม่พระธรณี" (ตี้ ชิง)