มาทำความรู้จัก "โสมเกาหลี" กันเถอะ

 

มาทำความรู้จัก "โสมเกาหลี" กันเถอะ

 

โสมเกาหลี

เป็นพืชยืนต้นที่มีรากขนาดใหญ่ มักมีรูปร่างเหมือนคน สามารถนำมาใช้ได้ทั้งรากหัว รากกิ่ง รากแขนง รากฝอย ใบ ดอก และผล แต่นิยมนำรากมาใช้ เนื่องจากมีสรรพคุณทางยามากที่สุด โดยรากโสมมีฤทธิ์อุ่น มีกลิ่นหอมเล็กน้อย รสหวานอมขม

โสมเกาหลีจะถูกเก็บเกี่ยวหลังจากการปลูกเป็นเวลา 4-6 ปี รากโสมที่ขุดสดใหม่ จะมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 75% จึงมักจะเน่าเสียได้ง่าย ทำให้ยากในการเก็บรักษาโสมสดให้นานกว่า 1 สัปดาห์ จึงได้เกิดกรรมวิธีในการรักษารากโสม โดยชนิดของโสมแบ่งตามกรรมวิธีการเก็บรักษาได้ 2 ชนิดคือ

  • โสมขาว คิอการนำรากโสมสดมาตากแห้ง เพื่อการเก็บรักษารากโสมจะมีลักษณะเป็นสีขาวซีด
  • โสมแดง คือ การนำรากโสมสดมานึ่งเพื่อการเก็บรักษา รากโสมจะมีลักษณะแห้งและแข็ง มีสีน้ำตาลเข้ม หรือสีแดง จึงเรียกว่าโสมแดง

สรรพคุณ

จากการศึกษาทดลองพบว่าโสมมีคุณประโยชน์มากมาย อาทิ ช่วยบำรุงเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี สดชื่น กระปรี้กระเปร่า ลดอาการอ่อนเพลีย อาการเครียด ชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆ เป็นต้น

โสมไม่ใช่เครื่องดื่มบำรุงกำลังที่ให้ผลเฉพาะครั้งตอนที่รับประทาน ซึ่งเครื่องดื่มให้พลังงานทั่วไปเวลาหมดฤทธิ์ จะทำให้รู้สึกเหนื่อยล้ามากกว่าเดิม และยังคงอยากรับประทานในปริมาณเพิ่มขึ้น แต่โสมนั้นมีความแตกต่างออกไป โดยผู้รับประทานโสมจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในทันทีทันใด แต่โสมจะค่อยๆ เพิ่มประสิทธิภาพให้ผู้รับประทานอย่างช้าๆ การบริโภคโสมอย่างสม่ำเสมอจะนำมาซี่งสุขภาพที่แข็งแรง มีพลังงานเพียงพออย่างต่อเนื่องและทำให้กระฉับกระเฉงกระปรี้กระเปร่ามีชีวิตชีวาขึ้น

ผลิตภัณฑ์โสมที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน

  • โสมชนิดหัวสกัด : รากโสมหัวสกัดจะมีลักษณะเป็นน้ำเหนียวๆ ข้นๆ ใช้ผสมกับน้ำร้อน, น้ำอุ่น หรือเครื่องดื่มต่างๆ
  • โสมชนิดแคปซูล : โสมแคปซูล นี้จะเหมาะสำหรับท่านที่ไม่ค่อยมีเวลามากนัก และผู้ที่ไม่ค่อยคุ้นชินกับรสชาติ, กลิ่น ของโสม เพราะสามารถทานได้ทันที
  • โสมชนิดเครื่องดื่ม : ซึ่งอยู่ทั้งในรูปแบบพร้อมดื่ม หรือชนิดผงที่สามารถชงรับประทานได้ทันที เช่น ชาโสม, กาแฟผสมโสม และโกโก้ผสมโสม เป็นต้น
  • เครื่องสำอางต่างๆ : นอกจากการรับประทานแล้ว โสมยังได้รับความนิยมในการนำไปผสมในเครื่องสำอางต่างๆ อย่างแพร่หลาย เช่น ครีมบำรุงผิว, สบู่, โฟมล้างหน้า เป็นต้น

 

ขอขอบคุณ

ภาพ : livestrong